เติบโต : ความคาดหวังที่ไม่ได้ดั่งใจ

ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ 19 พฤศจิกายน 2017

“ตอนแม่อยู่ หนูไม่เคยฟังแม่เลย”

“ผมแค่อยากให้พ่อแม่มีความสุข ทุกวันนี้พ่อไม่ยอมช่วยตนเอง อ้างแต่ว่าเขาเป็นโรคซึมเศร้า เรียกร้องคนรอบตัวไปหมด ไม่ยอมช่วยเหลือตนเอง จนแม่เครียดพลอยลามมาถึงผมด้วย”

“เรื่องมันผ่านไปแล้ว แต่ทุกวันนี้ ก็ยังทำใจให้อภัยอีกฝ่ายไม่ได้”

ความคาดหวังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ตามติดเราทุกคน บางอย่างเราก็รับรู้โดยรู้ตัว และบางอย่างความคาดหวังก็หลบซ่อนไม่ให้เรารู้ตัวง่ายๆ ส่วนหนึ่งความคาดหวังช่วยให้เรามีเข็มทิศนำทางในการกระทำของเราว่าเราต้องการอะไร และไม่ต้องการอะไรในความสัมพันธ์ที่เรามีกับคนรอบตัว รวมถึงตัวเราเอง  เราคาดหวังให้เพื่อนร่วมงานรับผิดชอบงาน คาดหวังหัวหน้างานว่าจะมีความรู้ ความสามารถสมกับบทบาทหน้าที่  เราคาดหวังให้ตนเองเป็นพ่อแม่ที่ดี เป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว  ผลลัพธ์ของความคาดหวัง เราก็คาดหวังว่าผลลัพธ์นั้นจะช่วยให้เราเข้าใกล้ความปรารถนาลึกๆ ที่อยู่ในใจ

ความปรารถนาเป็นเสมือนอาหารใจที่ช่วยเติมเต็มให้เรามีความสุข เบิกบาน เราทุกคนต่างปรารถนาความรักทั้งในการให้และเป็นที่รัก  เราปรารถนาในการยอมรับ การมีคุณค่า ความมั่นคง ปลอดภัย การเป็นพวกพ้อง การเชื่อมโยง ความเคารพ ฯลฯ ในขณะเดียวกันเราก็อาจพบว่าเราอาจมีความคาดหวังผิดๆ เนื่องจากความเข้าใจผิดบางอย่าง

ความปรารถนาเป็นเสมือนอาหารใจที่ช่วยเติมเต็มให้เรามีความสุข แต่ขณะเดียวกันเราก็อาจพบว่า เรามีความคาดหวังผิดๆ บางอย่าง

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ได้เล่าเกร็ดชีวิตของหลวงปู่ดูลย์ อตุโลว่า เมื่อครั้งหนึ่งสมัยหลวงปู่ยังมีชีวิต เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในจังหวัดสุรินทร์  ผู้คนจำนวนมากต่างสิ้นเนื้อประดาตัว บางคนมาตัดพ้อกับหลวงปู่ดูลย์ว่าอุตสาห์ทำบุญเข้าวัดเป็นประจำ  ปฏิบัติธรรมมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย  ทำไมบุญกุศลไม่ช่วย  ทำไมธรรมะไม่คุ้มครองให้พ้นจากความวอดวาย หลายคนตัดสินใจเลิกเข้าวัดทำบุญ  หลวงปู่ตอบพวกเขาว่า ธรรมะไม่ได้ช่วยใครในลักษณะนั้น

หลวงปู่อธิบายว่า  “ความอันตรธาน ความวิบัติ ความเสื่อมสลาย ความพลัดพรากจากกัน สิ่งเหล่านี้มันมีประจำโลกอยู่แล้ว  ทีนี้ผู้มีธรรมะ ผู้ปฏิบัติธรรมะเมื่อประสบกับภาวะเช่นนั้นแล้ว จะวางใจอย่างไรจึงไม่เป็นทุกข์ อย่างนี้ต่างหาก ไม่ใช่ธรรมะช่วยไม่ให้แก่ ไม่ให้ตาย ไม่ให้หิว ไม่ให้ไฟไหม้ ไม่ใช่อย่างนั้น”

มุมมองความเข้าใจของชาวบ้านที่มองว่าการทำบุญจะนำมาซึ่งความปลอดภัย แคล้วคลาดจากภัยพิบัติก่อเกิดความผิดหวัง โกรธเคืองเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ผิดจากความคาดหวังในเรื่องการทำบุญ เมื่อฐานคิดผิดทาง ความคาดหวังก็ผิดทางตามไปด้วย  ความคาดหวัง ความปรารถนาเป็นแรงขับเคลื่อนของชีวิตที่ไปข้างหน้า แรงขับนี้สามารถเป็นได้ทั้งฉันทะและตัณหา  จุดแยกคือ การมีสติเป็นตัวกำกับหรือไม่  เจตนาที่ขับเคลื่อนคือ กุศลจิตหรืออกุศลจิต   ตันหาคือ ความกระหายอยาก ความปรารถนา ความต้องการในสิ่งเร้า คาดหวังว่าการครอบครองหรือบรรลุความสมอยากจะช่วยให้มีความสุข ความสุขทางกาย จากการได้ การมี การเป็น และความสุขจากการไม่อยากได้ ไม่อยากมี ไม่อยากเป็น (ในสิ่งที่ไม่ชอบใจ ไม่ต้องการ เช่น โรคภัย การเปลี่ยนแปลงเชิงลบ)

ฉันทะเป็นความอยาก ความปรารถนาที่มีฐานของกุศลเจตนา อิสระจากอกุศลจิต โลภะ โทสะ โมหะ  ในชีวิตประจำวัน ความคาดหวังอาจถูกร้อยรัดไปด้วยตัณหาโดยเข้าใจว่ามันคือ ฉันทะ  ตัณหาหลายอย่างกลายเป็นเรื่องปกติ เช่น ความร่ำรวย ความสำเร็จที่มาจากการทำงานหนัก แย่งชิงแข่งขัน  หลายคนมีความคาดหวังที่ขับเคลื่อนอาจเป็นทั้งฉันทะและตัณหา พร้อมกับที่มีความรู้สึกตกค้างจากความคาดหวังที่ไม่ได้ดั่งใจ เช่น ความคาดหวังให้บุคคลที่เรารักหายจากโรคภัย คาดหวังให้ความรักในอดีตหวนกลับมา  คาดหวังให้เรื่องราวในอดีตจะไม่เกิดขี้น

และด้วยการยึดติดกับการคาดหวัง แรงยึดติดก็ทำให้เกิดแรงกดดัน บีบคั้นให้ชีวิตดิ้นรนต่อสู้เพื่อบีบให้ความคาดหวังบรรลุผล  ความผิดหวังกลายเป็นเรื่องรุนแรง และยิ่งเมื่อความคาดหวังนั้นไม่มีทางเกิดขึ้น การยึดติดกับความคาดหวังที่ไม่ได้ดั่งใจก็ไม่ต่างจากการพยายามเดินชนกำแพงโดยเข้าใจว่า นั่นคือ ประตู

เมื่อความคาดหวังนั้นไม่มีทางเกิดขึ้น การยึดติดกับความคาดหวังที่ไม่ได้ดั่งใจ ก็ไม่ต่างจากการพยายามเดินชนกำแพง โดยเข้าใจว่านั่นคือประตู

เราคาดหวังให้โรคร้ายหายไปจากตัวเรา หายไปจากบุคคลรอบข้างที่เราแสนรักไม่ได้ แต่เราเลือกได้ว่า เราต้องการมีท่าทีเช่นใดกับพ่อแม่ที่เจ็บป่วยด้วยโรคร้าย

ร่างกาย จิตใจเสี่อมสภาพด้วยความชรา  กิจวัตรประจำวันหลายอย่างท่านต้องพึ่งพาเรา ความทรงจำเริ่มเลอะเลือน  แต่เราเลือกได้ว่าเราจะไม่รับรู้ความเป็นไปในตัวท่าน หรือยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นว่าจะเชื่อมโยงอย่างไรกับพวกท่านดี

เราคาดหวังให้อดีตย้อนกลับมาไม่ได้  แต่เลือกได้ว่าจะอยู่กับความผิดหวัง เจ็บแค้น  หรือเลือกยอมรับความจริงและปลดปล่อยความคาดหวังที่ไม่ได้ดั่งใจนั้น เพื่อให้ตนอิสระจากความรู้สึกเชิงลบเหล่านั้น

การมีทัศนคติ ฐานคิดที่ถูกต้อง และการยอมรับความจริง จึงเป็นหนทางนำมาซึ่งสันติ เรายอมรับความจริงเพื่ออิสระจากตัณหา พร้อมกับเรายังขับเคลื่อนความคาดหวัง ความปรารถนานั้นด้วยฉันทะ และมีสติ มีฐานธรรมะที่จะช่วยให้เราวางท่าทีจิตใจได้ถูกต้อง ช่วยเพิ่มพูนความสามารถในการยอมรับความจริง

ฉันคาดหวังและปรารถนาให้ตนเองเข้มแข็ง กล้าหาญในการเผชิญอุปสรรค

ฉันคาดหวังและปรารถนาที่จะซื่อสัตย์ สุจริตต่อหน้าที่ จริยธรรมและชีวิตของตนเอง

ฉันคาดหวังและปรารถนาที่จะเผชิญหน้าความจริง แม้ความจริงนั้นจะยากต่อการยอมรับ

ด้วยการยอมรับความจริง เราจึงเป็นอิสระจากความคาดหวังที่ไม่ได้ดั่งใจ อิสระจากการยึดติดในสิ่งที่นำมาแต่ความทุกข์ใจ  และการยอมรับความจริงได้ก็ต้องอาศัยการมีความสามารถซึ่งได้มาจากการปฏิบัติและเข้าถึงธรรมะ

ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ

ผู้เขียน: ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ

นอกเหนือจากบทบาทนักเขียนประจำคอลัมน์ งานสำคัญ คือ กระบวนกร นักจิตปรึกษา, enneagram coach สนใจและรักที่จะทำงานด้านการทำงานเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงกับโลกภายในผ่านทักษะ ประสบการณ์เรียนรู้ทั้งงานอบรม การทำจิตปรึกษา และงานเขียน